The 3 Agencies with the power to make or break economics โดย Annette Heuser 

เพื่อนๆ เคยสงสัยกันบ้างไหมครับว่า เวลาที่เราอ่านหรือฟังข่าวเศรษฐกิจเรื่องการปรับอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ ทำไมผู้คนถึงให้ความสำคัญกับมันมาก และมันส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร?

วันนี้เรามาฟังคำตอบจาก Annette Heuser ผู้ที่กำลังปฏิรูประบบการปรับอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศกันครับ

1. การจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ (Sovereign Ratings) คืออะไร
Annette Heuser เปรียบเทียบการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศเหมือนกับเวลาเราตัดสินใจซื้อสินค้าสักชิ้นหนึ่ง ก่อนหน้าที่เราจะเลือกซื้อสินค้า เราย่อมฟังความคิดเห็น (Review) และคะแนนเรตติ้งจากผู้เชี่ยวชาญ การจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศก็เป็นเช่นเดียวกันครับ

การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ถูกจัดทำขึ้นโดยบริษัทที่เป็น Rating Agencies ผู้ซึ่งมีหน้าที่ในการให้คะแนน Rating ธนาคาร, บริษัทเอกชน, หลักทรัพย์ทางการเงิน แม้กระทั่งประเทศ โดยมีคะแนนตั้งแต่ AAA (แปลว่ามีความน่าเชื่อถือมาก) ไปจนถึง BBB- (แปลว่าเป็นการลงทุนที่เสี่ยง) ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนในการลงทุนสินทรัพย์ต่างๆ ครับ

2. ทำไมเราถึงต้องให้ความสนใจกับมัน

หลายคนอาจมองว่าเป็นสิ่งไกลตัว แต่การจัดอันดับประเทศมีผลต่อพวกเราทุกคน เพราะว่าการจัดอันดับของประเทศ เป็นการวิเคราะห์ปริมาณหนี้สาธารณะที่ประเทศมี และความสามารถที่ประเทศจะจ่ายคืนได้หรือไม่ หากเกิดการจัดอันดับของประเทศแย่ลง นั่นหมายความว่าเมื่อรัฐบาลต้องการกู้เงินจากต่างชาติมากระตุ้นเศรษฐกิจ ก็จะต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น การจ่ายคืนหนี้เหล่านี้ในอนาคต ก็จะตกมาเป็นภาระของเหล่าผู้เสียภาษีทั้งหลาย ซึ่งก็คือพวกเรานั่นเอง หรือในกรณีที่แย่ที่สุดคือ รัฐบาลไม่สามารถกู้เงินจากที่ไหนมาได้อีก งบประมาณที่จะต้องจ่ายให้กับบริการสาธารณะเช่น การปรับปรุงถนน หรือบริการสุขภาพ ก็จะแย่ลงไปด้วย

3. แล้วอะไรที่เป็นปัญหาสำหรับบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่อเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ทุกวันนี้ เรามีหน่วยงานจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Rating Agencies) ใหญ่ๆ ที่ครองตลาดการเงินของโลก ทั้งหมด 3 บริษัทด้วยกัน ได้แก่ Standard & Poor’s, Moody’s และ Finch

ซึ่งจำนวนบริษัทที่น้อยและไม่เกิดภาวะการแข่งขันจึงทำให้บริษัทจัดอันดับเหล่านี้ไม่มีแรงจูงใจที่พัฒนาคุณภาพของการจัดอันดับของพวกเขาเอง ทั้งนี้ อันดับความน่าเชื่อถือที่บริษัทเหล่านี้จัดทำขึ้น ได้ส่งอิทธิพลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนทั่วโลก และสามารถชี้ชะตาให้ประเทศใดก็ตาม มีเศรษฐกิจที่ดี หรือกำลังจะเกิดวิกฤติในไม่ช้า

อย่างที่สอง ข้อมูลการจัดอันดับเหล่านี้ไม่ใช่ของฟรี บริษัทหรือประเทศที่ต้องการให้ Rating Agencies จัดอันดับ ก็ต้องจ่ายเงินให้กับบริษัทเหล่านั้น หมายความว่าอาจเกิดปัญหาที่เรียกว่า ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ได้ หากบางบริษัทจ่ายเงินให้ Rating Agencies มาก ก็อาจส่งผลให้บริษัทนั้นได้คะแนนที่ดีขึ้นก็เป็นได้

และอย่างที่สาม Rating Agencies ไม่เคยเปิดเผยวิธีการได้มาของการคำนวณอันดับความน่าเชื่อถือเลย ซึ่งทำให้เกิดความสงสัยว่าวิธีการทำงานของบริษัทเหล่านี้โปร่งใสหรือไม่

จากปัญหาดังกล่าว องค์กร Bertelsmann Foundation จึงได้จัดทำการจัดอันดับประเทศที่ชื่อว่า INCRA ซึ่งเป็นการจัดอันดับที่เน้นความโปร่งใสในการคำนวณเครื่องชี้วัดต่างๆ โดยเผยแพร่สู่สาธารณะชนถึงวิธีได้มาของข้อมูล นอกจากนี้ องค์กร Bertelsmann เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ทำงานในฐานะองค์กรระหว่างประเทศภายใต้ธรรมาภิบาล จึงมั่นใจได้ว่า ปัญหา Conflict of Interest จะไม่เกิดขึ้น

อีกสิ่งหนึ่งที่ INCRA แตกต่างจากการจัดอันดับทั่วไป คือได้คำนึงถึงวิธีการบริหารประเทศและการพัฒนาสังคมเศรษฐกิจของแต่ละประเทศด้วย เช่นรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับพลังงานทดแทน หรือการศึกษาเป็นต้น

4. โดยสรุปแล้ว…

Annette มองว่า การจัดอันดับประเทศเป็นสิ่งที่กระทบต่อพวกเราทุกคนทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะฉะนั้น มันสมควรที่จะเป็นข้อมูลสาธารณะ (Public goods) แทนที่จะเป็นข้อมูลของบริษัทเอกชนซึ่งทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา และการจัดอันดับ INCRA เป็นจุดเริ่มต้นไปสู่เป้าหมายที่จะให้การจัดอันดับมีมาตรฐานและโปร่งใสมากขึ้น


สนใจฟัง TEDTalk ฉบับเต็ม (10 นาที) ของคุณ Annette Heuser ได้ที่นี่ครับ

Facebook Comments

An economist by profession but personal enthusiasm has spread far across psychology, philosophy, science and other social topics.

Similar Articles