WHAT THE SOCIAL PROGRESS INDEX CAN REVEAL ABOUT YOUR COUNTRY โดย MICHAEL GREEN

เพื่อนๆ คงได้คุ้นหูกับตัวแปรทางเศรษฐกิจชื่อว่า GDP (Gross Domestic Product) กันบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ

ในคลิปนี้ คุณ Michael Green เล่าให้ฟังว่า GDP ถูกคิดค้นขึ้นมาจากนักเศรษฐศาสตร์คนหนึ่งชื่อนาย Simon Kuznets ในปี 1934 (ประมาณ 80 ปีก่อน) ในรายงานของเขาที่ชื่อว่า National Income 1929-1932

สมัยนั้น สหรัฐอเมริกากำลังอยู่ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ และไม่มีหน่วยงานภาครัฐไหนที่จะสามารถประเมินภาพเศรษฐกิจได้ เครื่องชี้ GDP จึงนับเป็นสถิติที่สามารถวัดมูลค่าของผลผลิตที่ประเทศผลิตขึ้นมาในแต่ละปี และสุดท้ายผู้กำหนดนโยบายก็ได้ใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อเข้าไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้สำเร็จ ซึ่งต่อมา ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกก็ได้นำแนวคิดนี้ไปใช้จนถึงปัจจุบัน

แต่ GDP ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของประเทศ มันเป็นเพียงเครื่องชี้ทางเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ควรมีอิทธิพลต่อการดำเนินนโยบายในทุกด้านมากเกินไป นาย Kuznets ได้เขียนเตือนไว้ว่า “GDP ไม่สามารถสะท้อนสวัสดิการทางสังคมได้โดยตรง” แต่เราก็ละเลยคำเตือนนั้น ทุกวันนี้ GDP กลายเป็นเครื่องชี้วัดความสำเร็จของแต่ละประเทศ นักการเมืองก็มักจะแซ่ซ้องสรรเสริญเมื่อ GDP ของประเทศเติบโตขึ้น และแต่ละประเทศมีเป้าหมายที่จะเร่งให้ GDP เพิ่มขึ้น โดยลืมไปว่า GDP ไม่สามารถบอกได้ว่าผู้คนกินดีอยู่ดีหรือไม่ มีการศึกษาเพียงพอหรือไม่ สิ่งแวดล้อมในประเทศเป็นอย่างไร ฯลฯ

เพื่อแก้ปัญหานี้ คุณ Michael ได้เสนอเครื่องชี้วัดทางสังคมที่มีชื่อว่า “Social Progress Index” ขึ้นมา

Social Progress Index ประกอบด้วยเครื่องชี้ทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่

  1. ปัจจัยพื้นฐานสำหรับประชาชน: เช่น อาหาร น้ำ ที่พักอาศัย และ ความปลอดภัย
  2. การเข้าถึงการพัฒนาความเป็นอยู่ของมนุษย์ เช่น การศึกษา ข้อมูลข่าวสาร บริการสุขภาพ และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
  3. โอกาสที่ประชาชนจะสามารถทำตามสิ่งที่ตนต้องการได้ เช่น สิทธิ เสรีภาพ การไม่ถูกกีดกัน และการเข้าถึงการศึกษาขั้นสูง

ตัวแปรย่อยๆ รวมทั้ง 12 ตัวนี้ วัดจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ฉะนั้น การวัดผลด้านบริการสุขภาพ จึงไม่ได้คำนวณจากเงินที่รัฐบาลลงทุนในด้านสาธารณสุข แต่วัดจากความเป็นอยู่และอายุขัยของประชากร  เป็นต้น

20140412_gdc686กราฟเปรียบเทียบ Social Progress Index และ GDP ปี 2012 (ที่มา: http://www.economist.com/blogs/graphicdetail/2014/04/daily-chart-4)

เมื่อเราลองนำ Social Progress Index มาเทียบกับ GDP ทำให้เราเห็นข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้ครับ

ข้อแรก Social Progress Index มีความสัมพันธ์กับ GDP เพียงหลวมๆ เท่านั้น กล่าวคือ เมื่อเทียบ 2 ประเทศที่มี GDP เท่าๆกัน ประเทศหนึ่งอาจมี Social Progress มากกว่าอีกประเทศก็เป็นได้

ข้อสอง ประเทศที่มี GDP ต่ำ มีแนวโน้มที่จะมี Social Progress Index ต่ำตามไปด้วย เช่นประเทศ Chad แต่ข้อสังเกตคือ หากประเทศเหล่านี้มี GDP เพิ่มขึ้นอีกนิดหนึ่ง และมีการจัดการทรัพยากรและงบประมาณที่ดี ประเทศเหล่านี้จะสามารถสร้างสวัสดิการทางสังคมได้มากทีเดียว

ข้อสาม ประเทศที่มี GDP สูง มีโอกาสที่จะเพิ่ม Social Progress Index ไม่ได้มากแล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันความคิดที่ว่า GDP ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะทำให้สวัสดิการสังคมของประชากรในประเทศนั้นดีขึ้น

เป้าหมายของเครื่องชี้ Social Progress Index คืออะไร? นั่นก็เพื่อบอกผู้กำหนดนโยบายให้สามารถจัดสรรงบประมาณหรือทรัพยากรเพื่อพัฒนาสังคมได้ตรงจุดมากขึ้น นอกจากนี้ เครื่องชี้ตัวนี้สามารถเจาะลึกเข้าไปถึงระดับพื้นที่ได้ ยกตัวอย่างเช่นในพื้นที่แอมะซอนในประเทศบราซิล ซึ่งเมื่อจัดทำข้อมูลออกมาแล้ว จะเห็นได้ว่าพื้นที่ใด มีความจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาจากรัฐบาลมากที่สุด เป็นต้น

คุณ Michael Green ทิ้งท้ายว่า เราอาจเคยคิดว่า GDP เป็นนวัตกรรมที่มีมาแต่โบราณ ถูกส่งลงมาจากฟากฟ้า แต่มันเพิ่งถูกคิดค้นขึ้นภายในศตวรรษก่อนนี้เอง และมันถูกเอามาใช้วิเคราะห์ปัญหาเศรษฐกิจที่มีอยู่ในขณะนั้น แต่ในศตวรรษที่ 21 นี้ เรากำลังเผชิญกับปัญหาใหม่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นประชากรสูงอายุ โรคอ้วน หรือปัญหาโลกร้อน ซึ่งเราจำเป็นต้องมีเครื่องมือใหม่ ที่จะช่วยติดตามปัญหาเหล่านี้

และลองจินตนาการว่า หากทุกคนในสังคมใช้เครื่องชี้วัดทางสังคมเป็นเป้าหมายสูงสุด เราจะได้เห็นบริษัทเอกชนที่แข่งขันกันเพื่อช่วยเหลือสังคมมากขึ้น นักการเมืองจะจริงจังกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนมากขึ้น และทำให้ศตวรรษนี้เป็นศตวรรษแห่งความก้าวหน้าทางสังคมในท้ายที่สุดครับ


 

สนใจฟัง TEDTalk ฉบับเต็ม (15 นาที) ของคุณ Michael Green ได้ที่นี้ครับ

Facebook Comments

An economist by profession but personal enthusiasm has spread far across psychology, philosophy, science and other social topics.

Similar Articles