Why Some of Us Don’t Have One True Calling by Emilie Wapnick  [สรุป Tedtalk]

“โตขึ้นอยากเป็นอะไร?”

เป็นคำถามที่เราทุกคนเคยถูกผู้ใหญ่ถาม แต่จนถึงปัจจุบันคุณ Emilie บอกว่าเธอยังตอบไม่ได้อยู่ดี และเชื่อว่าหลายๆ คน ต่อให้ “โต” แล้วก็ยังตอบไม่ได้

ทำไมน่ะเหรอ? เธอเล่าว่าที่ผ่านๆ มาเธอไม่เคยทำอะไรจริงๆ จังๆ เป็นเวลานานเป็นปีๆ ได้เลย! ทุกครั้งที่เธอเกิดสนใจในอะไรบางอย่าง เธอก็จะใช้เวลาไปกับมัน แต่พอเวลาผ่านไปซักพัก เธอก็จะพบว่าเธอเริ่มเบื่อ และต่อให้เธอทนสักเท่าไหร่ สุดท้ายเธอก็เบื่อและเลิกทำมันอยู่ดี

แล้วซักพักก็มีเรื่องใหม่ที่เธอสนใจอีกเรื่องที่ไม่เกี่ยวอะไรกับสิ่งที่ทำก่อนหน้าเลย แต่เธอก็จะทุ่มเวลาไปกับมัน  ทว่าพอผ่านไปสักพัก เธอก็เบื่อกับมันอีกรอบ  เป็นวัฏจักรแบบนี้ไปเรื่อยๆ ปีแล้วปีเล่า จนเธอรู้สึกแย่กับตัวเอง และเริ่มคิดว่าตัวเองเป็นคนที่ทำอะไรไม่สำเร็จ ยอมแพ้เร็วเกิน ไม่กล้าลงลึก

เธอพบว่าการถามคำถามที่ว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” นั้นมีแต่จะสร้างความวิตกกังวลให้เธอ เพราะมันบอกเป็นนัยว่า “คนเราเลือกทำได้แค่อย่างเดียวถึงจะเก่งและมีประโยชน์” พูดง่ายๆ คือต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ (specialist) ไม่ว่าจะเป็น หมอฟัน นักธรณีวิทยา หรือนักมวยปล้ำ  จะเป็นอะไรก็ได้ แต่เป็นได้แค่อย่างเดียว และทิ้งความฝันที่เหลือไปซะ

มันไม่จริงเลย!

จริงอยู่ที่บางคนเกิดมาเพื่อเป็น Specialist และหลงใหลในสิ่งเดียว แต่คุณเองอาจไม่ใช่ประเภทนั้น  แต่เป็นคนที่ไม่ได้มีความสนใจแค่ในด้านใดด้านหนึ่ง  คุณ Emilie เรียกคนประเภทนี้ว่า “Multipotentialite” หรือ “คนที่มีศักยภาพหลายด้าน”

คนประเภทนี้ที่ประสบความสำเร็จนั้นมีอยู่จริง  ไม่ว่าจะเป็น ดร. Bob Childs ที่เป็นทั้งนักจิตวิทยาและนักประกอบไวโอลินในเวลาเดียวกัน หรือคุณ Amy Ng ที่เป็นทั้งบรรณาธิการ นักวาดรูปประกอบ นักธุรกิจ ครู และหัวหน้าฝ่าย creative ในเวลาเดียวกัน พวกเขาเหล่านี้เป็นคนที่มีประโยชน์ต่อสังคมไม่แพ้ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ และผมก็แปลกใจถ้าพวกเขามีความสุขกับชีวิตจากการที่พวกเขาได้ทำ “ทุกอย่าง” ที่เขารัก

Dr. Bob Childs เป็นทั้งนักจิตแพทย์และนักประกอบไวโอลิน ไม่มีความใกล้เคียงกันเลย!
Dr. Bob Childs เป็นทั้งนักจิตแพทย์และนักประกอบไวโอลิน ไม่มีความใกล้เคียงกันเลย!

คุณไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างเดียว..

พวกเราชาว Multipotentialite นั้นมีข้อได้เปรียบต่างๆ ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญทั้งในโลกธุรกิจและใช้ชีวิตส่วนตัว เช่น

  1. การสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ – เราเคยทำมาหลายอย่าง จึงสามารถนำไอเดียที่ไม่เกี่ยวข้องกันมาสร้างเป็นอะไรใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ได้
  2. การเรียนอย่างรวดเร็ว– เราเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ได้เร็วกว่า เพราะเราเป็นมือสมัครเล่นมาหลายครั้ง และเราสามารถนำประสบการณ์ครั้งก่อนๆ มาใช้ได้
  3. การปรับตัว – เราสามารถปรับตัวได้เร็วและถูกต้อง เพราะเราเคยอยู่ในหลายสถานการณ์และเจอคนหลายแบบมาแล้ว

เพราะฉะนั้นหากคุณเป็นพวก Multipotentialite จงอย่าเสียใจไปว่าการเป็นชาว Multipotentialite นั้นมีแต่จะสร้าง “ขีดจำกัด” ให้กับคุณ (เรื่องที่ว่ามันเป็นสิ่งที่ “ผิด” นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง)

คุณ Emilie เน้นย้ำกับคนที่เป็น Multipotentialite ตอนสุดท้ายว่า “จงยอมรับในความหลงใหลที่หลากหลาย ก้มหน้าลงมือทำกับมัน และสำรวจจุดที่ความสนใจต่างๆ มาบรรจบกัน  แล้วชีวิตเราดีและมีประโยชน์มากขึ้น  โลกเราต้องการคนแบบคุณไม่น้อยไปกว่าพวก Specialist” ครับ

สนใจฟัง TEDtalk ของคุณ Emilie เต็ม (12 นาที) ได้ที่นี่ครับ


Lightmeup.me สรุป TedTalk ดีๆ จากที่ต้องดู 10 นาทีเราสรุปเนื้อๆ ให้เหลืออ่านไม่เกิน 3 นาที สำหรับคนสมัยใหม่ที่เวลาเป็นเงินเป็นทองครับผ๊ม ถ้าชอบอย่าลืมช่วยกันแชร์และกดไลค์นะครับ ^^

Facebook Comments

Similar Articles