วันนี้เรามาทำความรู้จักกับเมฆแต่ละชนิด แล้วความสำคัญของการเหม่อมองดูเมฆกับคุณ Gavin แบบ “ชิลๆ คลายเครียด” กัน

ในตอนเด็กๆ เชื่อว่าทุกคนคงเคยแหงนมองดูก้อนเมฆ แล้วพยายามดูว่ามันเป็นรูปอะไรกันแน่  แต่พอโตขึ้นมา เราเริ่มลังเลที่จะมองฟ้าแล้วหาความหมายไปกับก้อนเมฆเหล่านี้  คุณ Gavin ผู้บรรยาย TedTalk นี้บอกว่าพวกเราผู้ใหญ่ต้องเงยหน้ามองดูเมฆบนท้องฟ้าให้มากขึ้น  หากคุณไม่ได้เงยหน้าขึ้นท้องฟ้ามานานแล้ว วันนี้ลองทำดู แล้วคุณอาจจะพบแมวสองตัวกำลังเต้นรำซัลซ่ากันอยู่!

cat-salsa
มาลองหาความหมายของเมฆกันเถอะ

เรามักจะลืมว่าเหล่าก้อนเมฆนั้นกำลังลอยอยู่บนหัวเรา ลืมความสวยงามของมัน เพราะมันมีอยู่ทุกหนทุกแห่งจนเป็นเรื่องธรรมดา  แต่จริงๆ แล้วคุณ Gavin คิดว่าก้อนเมฆนั้นเป็นสิ่งที่สวยงาม สร้างอารมณ์สุนทรีย์ แถมยังทำให้เรารำลึกถึงสิ่งต่างๆ ด้วย

ลองมาไล่ดูกันดีกว่าว่าก้อนเมฆชนิดโปรดของคุณ Gavin นั้นเหมือนที่คุณชอบรึเปล่า

เริ่มจากก้อนเมฆเซอร์รัส (cirrus) กันเลย  ก้อนเมฆชนิดนี้เกิดจากผลึกน้ำแข็งที่กำลังถูกพัดหล่นลงมาจากชั้นบรรยากาศ  ถึงแม้มันจะดูอ่อนช้อย แต่จริงๆ แล้วผลึกน้ำแข็งเหล่านี้กำลังถูกลมที่รุนแรงถึง 200 ถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พัดไปมาจนทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนการระบายสีโดยแปรงพู่กัน เป็นเมฆที่หาดูได้ไม่ยากครับ

Cirrus
เมฆ Cirrus

ลองมาดูอันที่หาดูยากบ้าง เจ้าเมฆเล็นติคูลาริส (lenticularis) ที่ดูเหมือนยานอวกาศต่างดาวนี้เกิดจากลมที่รุนแรงที่กระทบกับภูเขาและลอยขึ้นไปสูงอย่างรวดเร็ว (เคยมีคนนึกว่าเป็น UFO จริงๆ นะ)

lenticular
เมฆ Lenticularis

 

ส่วนเมฆฟอลล์สตรีคโฮลส์ (Fallstreak holes) นี้เกิดจากที่ส่วนนึงของเมฆเริ่มกลายเป็นน้ำแข็งและเริ่มตกลงมาจากท้องฟ้า สวยงามมาก ใครเจอถือว่าโชคดี

Fallstreak Hole
เมฆ Fallstreak holes

ที่หายากขึ้นไปอีกคือเมฆเคลวิน-เฮลมโฮลทส์ (Kelvin–Helmholtz) ที่ดูเป็นเหมือนรูปคลื่นบนท้องฟ้า เมฆนี้เกิดจากการที่ลมส่วนบนของก้อนเมฆนั้นแรงกว่าลมในส่วนล่างมาก และเมื่อความเร็วต่างกันอย่างเหมาะเจาะ เมฆก็จะโค้งวันกลับมา สร้างเป็นรูปคลื่นอันสวยงามครับ

Kelvin–Helmholtz
เมฆ Kelvin–Helmholtz

ถึงเมฆพวกนี้จะหายาก แต่ถ้าคุณคอยแหงนมองท้องฟ้าคุณก็จะเจอมันในไม่ช้า  ก้อนเมฆเป็นสิ่งที่ธรรมชาติให้ทุกคนมาเท่าเทียมกัน เราทุกคนสามารถมองวิวสวยๆ ได้ทั้งนั้น  แล้วพวกเจ้าก้อนเมฆหน้าตาประหลาดพวกนี้จะคอยเตือนใจเราว่าเรื่องไม่ธรรมดาก็สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวัน คุณไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปครึ่งโลกเพื่อที่จะหาสิ่งที่ทำให้คุณประหลาดใจ คุณเพียงแค่ต้องเดินออกไปข้างนอกบ้านและให้ความสำคัญกับสิ่งรอบข้างธรรมดาๆ ที่คนอื่นๆ อาจมองข้ามเท่านั้น

เมื่อมีของหายาก ก็ต้องมีก้อนเมฆที่พบกันบ่อยๆ บ้าง..

ถ้าเกิดเป็นคนไทย คงต้องเห็นก้อนเมฆคิวมูโลนิมบัส (cumulonimbus) หรือเมฆพายุ ที่มาของฝนฟ้าคะนอง  มันใหญ่โตและสามารถสูงได้ถึง 16 กิโลเมตรบนท้องฟ้า ความมหึมาของมันทำให้เรานึกขึ้นได้ว่า “เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ใต้ท้องฟ้า เราอยู่ในท้องฟ้า” และการที่ได้พบกับเมฆก้อนนี้จะคอยเตือนใจเราว่าเราไม่สามารถเก็บประสบการณ์ต่างๆในชีวิตได้โดยการนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน

cumulonimbus
เมฆ Cumulonimbus

และสุดท้าย ก้อนเมฆที่เหมาะที่สุดสำหรับการส่องเมฆคือก้นเมฆคูมูลัส (cumulus)  ก้อนเมฆนี้เกิดขึ้นในวันที่มีแดด  รูปร่างที่ชัดเจนของมันทำให้เราสามารถมองเห็นรูปต่างๆ ได้ง่าย

cumulus
เมฆ Cumulus

การส่องเมฆนั้นเป็นสิ่งที่ไร้จุดหมายจริงๆ คุณคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกโดยแค่นอนมองท้องฟ้า จริงมั้ย?

คุณ Gavin บอกว่าความไร้สาระของมันเนี่ยแหละคือสิ่งที่ทำให้กิจกรรมนี้สำคัญ.. สมัยนี้โลกดิจิตอลได้ทำให้เรารู้สึกว่ายุ่งแบบไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว ตอบอีเมลเป็นพันฉบับ อัพเดทโปรไฟล์ในเฟส  การส่องเมฆเป็นสัญลักษณ์ของการ “ไม่ทำอะไรเลย” และบางทีเราก็ต้องมีข้ออ้างเพื่อที่จะได้ไม่ต้องทำอะไรเลย

บางทีเราก็ต้องเลิกคิดถึงสิ่งต่างๆ ในอดีตและอนาคต  แล้วปล่อยให้เจ้าก้อนเมฆเล็กใหญ่บนท้องฟ้าเหล่านี้กระตุ่นจินตนาการให้คุณอยู่กับปัจจุบัน  มันทำให้เรารู้สึกดีนะ ดีสำหรับไอเดียต่างๆ ดีสำหรับความคิดสร้างสรรค์ ดีสำหรับจิตวิญญาณของเรา เพราะฉะนั้นอย่าลืมคอยแฟงนหน้ามองความงามบนท้องฟ้าครับ


ถ้าเพื่อนๆ มีเวลา อยากให้ลองดูการบรรยายของคุณ Gavin – รับประกันว่าสนุก และไม่เหมือนกับการอ่านสรุปแน่นอนครับ

#ส่องเมฆแปร๊บบ

 

 

Facebook Comments

Similar Articles