Why Do We Sleep โดย Russell Foster

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อเราอายุ 90 ปี เราก็จะใช้ชีวิตไปกับการนอนหลับนานถึง 32 ปีเลยทีเดียว!

แต่ 32 ปีของชีวิตเราไม่ได้ผ่านไปเปล่าๆ นะครับ  ระหว่างที่เราหลับจะมียีนส์ที่คอยทำหน้าที่ฟื้นฟูร่างกายของเราให้กลับมาใช้งานได้เต็มที่ในวันรุ่งขึ้น  เหมือนกับพนักงานเจียรางรถไฟฟ้าในตอนกลางคืน เพื่อให้รถไฟฟ้าวิ่งได้ราบรื่นในตอนเช้านั่นแหละครับ

นอกจากนี้การนอนยังเป็นเวลาที่เส้นประสาทที่สำคัญในสมองเราได้เชื่อมต่อกัน ซึ่งนอกจากช่วยเสริมความจำต่างๆ แล้ว ยังเพิ่มความสามารถในการแก้ปัญหาต่างๆ ในวันรุ่งขึ้นด้วยครับ   เพราะฉะนั้น ต้องเชื่อคุณ Russell เลยว่าการนอนนั้นสำคัญไม่แพ้กิจวัตรอื่นๆ เลย

อย่างไรก็ตาม ถ้าเทียบกับเมื่อ 70 ปีที่แล้วมาก มนุษย์เราใช้เวลากับการนอนน้อยลงมาก  เรามีหลอดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อสู้ความมืดและความน่าเบื่อยามค่ำคืน  การงานเราก็เปลี่ยนไป เราบินข้ามเส้นแบ่งเวลาบ่อยขึ้น แถมงานหลายๆ งานก็ไม่มีเวลาเข้าออกที่แน่นอนแบบสมัยก่อน  นอกจากนี้ทัศนคติเกี่ยวกับการนอนก็แย่ลง บางคนถึงกับบอกว่าการนอนหลับเป็นอะไรที่เสียเวลา (แต่ไม่ใช่ผมคนนึงล่ะ!) ทั้งหมดนี้นำมาซึ่งปัญหาของการ “ขาดการนอน” หรือ Sleep Deprivation นั่นเอง

เวลาร่างกายเราขาดอะไร เราก็จะสุขภาพไม่ดี การนอนนั้นไม่ใช่ข้อยกเว้น  ในด้านสุขภาพ การขาดการนอนนั้นเป็นต้นเหตุของ ความเครียด น้ำหนักเกิน เบาหวาน การติดแอลกอฮอล์ และการหลับใน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุบนท้องถนน  นอกจากนี้เรามันยังทำให้ความจำแย่ลง ตัดสินใจได้แย่ลง หงุดหงิดง่าย หุนหันพลันแล่น หรือแม้กระทั่งเจ็บป่วยทางจิต  โอ้! หลายอย่างจริงๆ

แล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะ ว่าเรานอนไม่พอ? ง่ายมากๆ ครับ คุณ Russell บอกว่าถ้าคุณต้องใช้นาฬิกาในการปลุก ตื่นยาก ต้องกินกาแฟ พอตื่นมาเสร็จอารมณ์เสียง่าย รำคาญง่าย แถมยังมีคนบอกว่าคุณดูเหนื่อยนะ นั่นแสดงว่าคุณนอนไม่พอแล้วล่ะครับ

แล้วเท่าไหร่ล่ะถึงจะพอ? 8 ชั่วโมงหรอ? ไม่ใช่ครับ 8 ชั่วโมงนั้นคือค่าเฉลี่ยเท่านั้น จริงๆ แล้วแต่ละคนต้องการเวลาในการนอนหลับไม่เท่ากัน ถึงโลกเรามันจะไม่แฟร์  แต่ก็ใช่ว่าเราไม่สามารถทำให้การนอนเราดีขึ้นได้ คุณวิทยากรแนะนำเคล็บลับดังนี้ครับ ลองดูว่าจาก 6 ข้อนี้ คุณทำได้แล้วกี่ข้อ

  • ทำให้ห้องนอนของเรามืดที่สุด
  • ทำให้อากาศในห้องเย็นสบาย
  • ไม่อยู่ในที่สว่างจัดๆ ก่อนนอน (จะล้างหน้าแปรงฟันก็ใช้ไฟสลัวๆ พอ)
  • ไม่เล่นมือถือหรือคอมพิวเตอร์ และปิดมือถือซะ (คนรุ่นใหม่ทำได้ทุกวัน เอาไปเลย 1 ล้านบาททท)
  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มากาเฟอีน (กาแฟ โค้ก ชา) หลังอาหารกลางวันครับ
  • อย่าใช้แอลกอฮอลเป็นตัวกล่อมคุณไปนอน เพราะมันจะทำให้เซลล์สมองคุณพัง

นอกจากนี้คุณ Russell ยังได้พูดถึงความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการนอนด้วย – ฟังให้ดีนะครับ เพราะเพื่อนๆ อาจเก็บไปเถียงกับคุณพ่อคุณแม่ได้ ฮ่าๆ

  • วัยรุ่นมันขี้เกียจ – ไม่จริง! มันเป็นธรรมชาติของวัยรุ่นที่จะนอนดึกและตื่นสายกว่าผู้ใหญ่ทั่วไป
  • คนแก่ต้องการการนอนหลับน้อยกว่า – ไม่จริงนะครับ ถึงผู้สูงอากงอาม่าจะตื่นบ่อยขึ้น และนอนได้ไม่ลึกเท่า แต่ความต้องการการนอนของเขานั้นไม่ลดลงครับ
  • นอนหัวค่ำ ตื่นเช่าตรู่ แล้วจะฉลาดกว่า รวยกว่า – ไม่จริงนะครับ นอนเร็ว ตื่นเร็ว ไม่มีผลต่อความร่ำรวยเลยครับผม สิ่งที่สำคัญกว่าคือการนอนให้พอและเป็นเวลาครับ

TEDtalk ครั้งนี้เต็มไปด้วยข้อมูลยิบย่อย แต่ถ้าดูดีๆ แล้วทุกข้อมูลนั้นชี้เข้ามาหาข้อสรุปเดียวกันนั่นคือ การนอนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นอนให้พอ นอนให้ดี แล้วคุณจะมีร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงครับ

 

Take sleep Seriously

“Take sleep seriously.”

ดู Tedtalk ของคุณ Russell แบบเต็มได้ที่นี่ครับ

Facebook Comments

Similar Articles