Why I read a book a day (and why you should too): the law of 33% โดย Tai Lopez

 

ไม่ว่าใครต่างก็อยากมีชีวิตที่ดี แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีชีวิตที่ดีได้อย่างต้องการ เพราะอะไรกันล่ะ? คำตอบก็คือ ไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมทุ่มเทให้ได้ชีวิตที่ดีอย่างที่ต้องการ

 

Tai Lopez ได้ให้เคล็ดลับที่จะทำให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีจากบทเรียนที่เขาได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง โดย Tai ได้เล่าถึงตัวเขาในวัย 16 ปีที่ตามหาคำตอบจากผู้แก่ประสบการณ์กว่า ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะมีชีวิตที่ดี ซึ่งหนึ่งในคนที่เขาเขียนจดหมายถึงคือคุณปู่ของเขา แต่คำตอบที่ได้รับจากคุณปู่กลับเป็นหนังสือเล่มหนากว่า 1,000 หน้า จำนวนหลายเล่ม!

 

Tai อ่านหนังสือเหล่านั้นและตระหนักว่า จริงอยู่ที่การเดินทางสู่โลกภายในจะทำให้เรียนรู้ความจริง แต่แท้จริงแล้ว เราควรออกเดินทางสู่โลกภายนอกต่างหาก เขาจึงเริ่มต้นเดินทางจากประเทศหนึ่งสู่ประเทศหนึ่ง  จนวันหนึ่งที่เขาเหลือเงินติดตัวอยู่เพียง 47 เหรียญ และต้องกลับมาตายรังที่บ้านของคุณแม่เขาเอง Tai จึงเริ่มต้นใหม่อีกครั้งด้วยการเรียนรู้การทำธุรกิจจากผู้แก่ประสบการณ์กว่าจนทำให้เขาประสบความสำเร็จในทุกวันนี้

 

นั่นนำมาสู่ Mentor Rule หรือกฎ 33% ของเขาคิดว่าเป็นสูตรแห่งความสำเร็จ ที่ว่าเราควรแบ่งเวลา 33% ให้กับการช่วยเหลือแนะนำผู้ที่ด้อยกว่า  33% กับผู้ที่อยู่ระดับเดียวกันอย่างเพื่อนฝูง และเวลาอีก 33% ที่คนส่วนใหญ่มักจะละเลยคือเวลากับผู้ที่เก่งกว่า และไม่ใช่เก่งกับเรานิดเดียว แต่ต้องเก่งกว่าสัก 10 เท่าเพื่อเราจะเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง เพราะหากคุณคิดจะสร้างบริษัทมูลค่า 1 ล้านเหรียญ คุณก็ควรเรียนรู้การทำธุรกิจจากเจ้าของกิจการมูลค่า 10 ล้านเหรียญ

 

Tai ยังแนะนำว่าควรถ่อมตน โดยยกตัวอย่าง Sam Walton เศรษฐีชาวอเมริกันผู้ก่อตั้งห้าง Walmart ซึ่งเคยถูกตำรวจจับในประเทศบราซิลขณะกำลังวัดความกว้างของทางเดินในห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น เผื่อว่าเขาจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยรู้มาก่อน

 

ความเพียรพยายามก็เป็นอีกคุณสมบัติที่สำคัญ โดย Tai ยกตัวอย่างความสำเร็จของ Bill Gates ว่าไม่ได้มาเพียงชั่วข้ามคืน แต่มาจากความพยายามนับสิบปีที่ไม่เคยยอมแพ้แม้แต่วันเดียว

 

นอกจากนี้ Tai ย้ำว่าควรอ่านหนังสือให้มากขึ้น สักวันละเล่มหรืออาทิตย์ละเล่มเป็นอย่างน้อย เพราะนั่นเป็นวิธีที่เราจะได้เรียนรู้จากผู้ที่เก่งกว่า มีประสบการณ์มากกว่า ซึ่งเขาเหล่านั้นอาจไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว

 

ข้อสุดท้ายคือความอดทนอดกลั้น Tai เปรียบเทียบผู้มีความอดทนอดกลั้นกับนักลงทุนที่สามารถเสียสละความสุขชั่วคราวเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าได้ ดังนั้น หากคุณต้องการมีชีวิตที่ดี คุณก็ต้องแกร่งพอที่จะทำเรื่องยากๆได้

 

เพราะแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะทำได้ยาก แต่ก็เพราะ ‘ความยาก’ นี้มิใช่หรือที่ทำให้มันมีคุณค่า

 


ชม TEDTalk ของคุณ Tai แบบเต็มได้ที่นี่

Facebook Comments

Similar Articles