ตื่นเช้า ออกจากบ้าน ฝ่ารถติด ขึ้นรถไฟฟ้า ไม่ก็รถเมล์ที่คนแน่นๆ เพื่อไปทำงาน…  เลิกงานฝ่ารถติด เบียดเสียดกับคนแน่นๆ กลับบ้าน   ถึงบ้านเจอหน้าครอบครัวได้ไม่นานและยังต้องทำงานที่ค้างไว้อีก  เข้านอน… แล้วก็ตื่นเช้า…

ชีวิตของหลายๆคนเป็นแบบนี้ ไม่ค่อยมีเวลาเป็นของตัวเอง และที่สำคัญ เงินในกระเป๋าก็ไม่ค่อยจะพอเลี้ยงครอบครัวด้วยสิ  “ทำไมชีวิตมันยุ่งยากอย่างนี้นะ” หากคุณมีความคิดแบบนี้  การใช้ชีวิตของคนๆ นึงอาจทำให้คุณเกิดมุมมองใหม่ๆได้ เค้าคนนั้นคือ โจน จันได

“ผมอยากบอกประโยคนึงกับทุกๆ คนว่า ชีวิตมันง่าย ” 

ออกจากอิสานบ้านเกิดมาเริ่มชีวิตในกรุงเทพมหานครเพื่อคำว่า ประสบความสำเร็จ  7 ปี ที่เรียน ทำงานหนัก แต่เงินก็ไม่พอใช้ อาหารไม่พอกิน อยู่ในที่ที่แออัด  มันทำให้เค้าคิดว่า  หากทำงานหนักแล้วชีวิตยังแย่อีก มันคงต้องมีอะไรผิดพลาดเป็นแน่  เค้าจึงตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยกลางคัน

โจนกลับบ้านเพื่อเพาะปลูก ทำบ่อเลี้ยงปลาและแปลงผัก  ซึ่งทั้งหมดทำให้คนในครอบครัวมีอาหารอย่างเพียงพอ มีรายได้จากส่วนที่เหลือกิน และมีเวลาในชีวิตเพิ่ม มันจึงเป็นเรื่องน่าขันมากกับการทำงานหนักตลอด 7 ปีที่กรุงเทพมหานคร

ต่อมาโจนตัดสินใจสร้างบ้านด้วยตนเอง ( บ้านดิน )  เค้ามองว่าชีวิตก็ไม่ได้ยากอะไร ที่สำคัญทำไมเค้าต้องไปจ่ายเงินถึง 30 ปี  เพื่อเป็นเจ้าของบ้านซักหลังเหมือนคนอื่น    และตอนนี้เค้าก็มีบ้านหลายหลังซะด้วยสิ

สำหรับเสื้อผ้า  “ผมใช้ เวลาเก็บเงินเป็นเดือนเพื่อซื้อกางเกงยีนซักตัว สิ่งที่ผมเรียนรู้อย่างนึงคือ ผมซื้อของเพราะผมชอบมัน หรือเพราะผมจำเป็นต้องใช้มัน”  ถ้าซื้อเพราะชอบ เค้าจะไม่ซื้อ มันทำให้เค้ารู้สึกเป็นอิสระมากขึ้น   ทุกวันนี้เค้าก็ไม่ได้พิถีพิถันกับเสื้อผ้าเหมือนเมื่อก่อน อะไรใส่ได้ก็หยิบมาใส่  สุขใจขึ้นเยอะ

หากเค้าป่วย จะทำยังไงล่ะ เพราะเค้าไม่มีเงินค่ารักษามากขนาดนั้น เค้าบอกว่า ความเจ็บป่วยทำให้เรารู้ว่าบางสิ่งในชีวิตได้ผิดพลาดไป ให้เปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิต  และเค้าก็เรียนรู้ที่จะรักษาตัวเองโดยใช้ น้ำ ดิน เป็นความรู้พื้นฐาน ธรรมชาติสุดๆ

โจนมีความคิดว่าชีวิตมันง่ายแต่คนเราไม่รู้ว่าจะทำให้มันง่ายได้อย่างไร  เราเรียนรู้ให้แยกตัวเองออกจากคนอื่น เพื่อจะได้ใช้ชีวิตโดยขึ้นกับเงินตัวเดียวเท่านั้น  ตอนนี้เรามีคนฉลาดๆ มากมาย แต่ทำไมชีวิตถึงได้ยากขึ้น เราทำงานหนักเพื่อใคร และทำไมต้องทำงานหนักขนาดนั้น   คนมักจะว่าเค้าบ้าแต่เค้าก็ไม่สนใ

“ชีวิตผมนั้นเรียบง่าย ผมจัดการได้แค่ตัวของผม สิ่งที่ผมทำคือการจัดการกับความคิดและจิตใจของตัวเอง ใจของผมนั้นเบาและเรียบง่ายเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว”   โจนกล่าวทิ้งท้าย

แนวทางของ โจน จันได อาจเปิดมุมมองบางอย่าง แต่ใช่ว่าทุกๆคนจะเห็นด้วยและทำแบบนั้น   สิ่งหนึ่งที่เค้าแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนคือ เรามีสิทธิ์เลือกทางเดินและความคิดของตัวเอง แม้มันอาจจะต่างหรือแปลกแยกไปบ้าง มันก็คือทางที่เราเลือก ขอแค่เราพอใจกับสิ่งที่เราเลือกก็แค่นั้น  ดังที่โจน จันได กล่าวว่า “ใจของผมนั้นเบาและเรียบง่ายเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว”  :))

 


ฟังคุณโจน จันไดพูดแบบเต็มๆได้ตามลิงค์ข้างล่างเลยค่ะ

 

Facebook Comments
Munin_l@hotmail.com'

A trainee in logistics who’s interested in economics, music, travelling, photo shooting and beer tasting. :))

Similar Articles