How to Find Work You Love by Scott Dinsmore

Scott Dinsmore ผู้เป็นเจ้าของคอมมูนิตี้คนรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ “Live Your Legend” เล่าให้เราฟังในคลิปวิดีโอนี้ถึงประเภทของคนในสังคมที่แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มของคน 80% และ 20%

โดยคน 80% กลุ่มแรกนั้นมักจะเลือกทำงานเพื่อตกแต่งเรซูเม่ เพื่อหางานดีๆ (ตามที่คนเค้าบอกมา แต่ชอบรึเปล่าก็ไม่รู้) เพื่อทำตามสูตรสำเร็จของสังคมที่ดูน่าจะทำให้สำเร็จในชีวิตง่ายๆ และดูเป็นแบบแผน ไม่แตกแยก แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีคนอีกกลุ่มคือ 20% กลับได้ทำงานที่ตัวเองรักสุดๆ และมีความสุขกับมันในทุกๆ วัน

 

ทำไมกันนะ คน 2 กลุ่มนี้จึงแตกต่างกันขนาดนี้?

Scott ได้อธิบายเอาไว้สั้นๆ ว่า “เค้าแค่วิธีคิดที่แตกต่างกัน ดังนั้นชีวิตเค้าจึงเดินไปในทางที่ต่างกัน”

แต่ข้อสรุปนี้ เค้าไม่ได้นั่งๆ นอนๆ แล้วมโนขึ้นมาเองนะครับ Scott เฝ้าหาคำตอบสั้นๆ นี้จากการสัมภาษณ์, อ่านหนังสือ และ ทำกรณีศึกษากับผู้คนมากมายกว่าจะได้ข้อสรุปนี้มาได้ โดยวิธีการที่เล่าให้ฟังจะเป็นประมาณนี้ คือทุกครั้งที่สัมภาษณ์ เค้าจะตั้งคำถามกับคนที่เขาได้นั่งทานอาหารกลางวันด้วยเสมอๆ ว่า

“ทำไมคุณยังคงทำงานที่คุณทำอยู่ในตอนนี้ล่ะ?”

คำตอบส่วนใหญ่คือ “เพราะมีคนบอกว่าเราควรทำมัน” ทั้งๆ ที่มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่อยากทำเลยด้วย และนี่ทำให้เราเสียเวลาชีวิตไปเฉยๆ รึเปล่า?

ถ้าอ่านถึงตรงนี้แล้วพบว่าเราตอบแบบด้านบนแล้ว ก็อย่าพึ่งน้อยใจไปนะครับ ตัวผมเองก็ยังนับเป็นคน 80% อยู่เลย ถ้าอยากเป็นคนแบบ 20% แล้ว  Scott ได้สรุปสิ่ง 3 สิ่งที่เราต้องทำเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองไว้ดังนี้แล้วครับ

 

1 ) ให้ทำความเข้าใจตัวเองใหม่ซะ และขัดเกลาให้เป็นสิ่งเฉพาะตัว (Self-expert and Understanding yourself)

ถ้าหากเรายังไม่รู้ว่าเราตามหาอะไร เราจะไม่มีวันที่จะเจอสิ่งนั้นเลย ดังนั้นการเข้าใจตัวเองว่าเราชอบอะไรจึงเป็นสิ่งสำคัญสิ่งแรกที่ต้องทำก่อน Scott ให้วิธีการอีก 3 อย่างในการเข้าใจตัวเองคือ

1.1 ) สิ่งที่ชอบ

หาสิ่งที่เราชอบทำ และไม่ว่าเมื่อไหร่เราก็รักที่จะทำมันอยู่ แล้วสร้างมันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเราเอง

1.2 ) เรื่องที่แคร์

ลองดูว่าเราให้ความสำคัญกับสิ่งไหนในชีวิตบ้าง เช่น คนรัก, ครอบครัว, สุขภาพ เป็นต้น

1.3 ) ประสบการณ์

ประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทุกนาที ทุกชั่วโมง ทุกวัน ลองตั้งใจกับมัน และดูซะว่า อะไรเราชอบ อะไรไม่ชอบ อะไรถนัด อะไรไม่ถนัด แล้วเรียนรู้มันเพื่อไปใช้กับชีวิตประจำวันเรา

แล้วนำ 3 สิ่งนี้มาพิจารณาดู ผมว่ามันไม่ยากที่เราจะเจอสิ่งที่เรารักจริงๆ แล้วล่ะครับ

 

2 ) จงทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ (Do the Impossible)

ยังไม่ต้องทำสิ่งเปลี่ยนโลกนะครับ เริ่มจากอะไรที่เรายังทำไม่ได้ และง่ายๆ ก่อน เช่น ลดน้ำหนัก วิ่งมาราธอน เป็นต้น ลองเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงร่างกายดู แล้วเราจะมีกำลังใจ และความมั่นใจที่จะทำสิ่งที่ยากขึ้นเรื่อยๆ เองครับ

ถ้าทำสำเร็จได้เรื่อยๆ พลังใจเราจะแข็งแรงขึ้น และ ขีดจำกัดของเราจะถูกขยายออกเรื่อยๆ เองเลยครับ ระหว่างทำข้อนี้ ขอให้คิดเสมอๆ เลยว่า

“อะไรที่เรายังทำไม่ได้ มันเป็นเหมือนหลักกิโลที่รอเราไปให้ถึงอยู่”

weights-652486_1280
เริ่มต้นจากการออกกำลังกาย นับว่าเป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลยครับ #Cr. Pixabay

 

3 ) จงรายล้อมตัวเองด้วยคนที่เต็มที่กับชีวิตซะ (Surround yourself with Passionate people)

“เราไม่จำเป็นต้องเปลี่่ยนเป้าหมาย แต่เราเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมได้”

คนที่เต็มที่กับชีวิตในที่นี้ อาจหมายถึงคน 20% หรือ คนที่มีอุดมการณ์กับชีวิตตัวเองก็ได้ การที่เรานำตัวเองไปอยู่ใกล้กับคนเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถทำสิ่งต่างๆ ด้วยมาตรฐานที่สูงกว่าเดิมเสมอๆ รวมถึงยังช่วยเติมไฟ เติมกำลังใจในระหว่างการตามหาความฝันของเราอีกด้วย

แต่การทำตามข้อนี้บางทีอาจจะดูยากที่สุด เพราะคนรอบตัวเราส่วนใหญ่ก็คือกลุ่ม 80% ที่อาจจะทำให้บรรยากาศรอบตัวเราแย่ได้ ดังนั้นการฟังผู้คนที่มีอุดมการณ์ออกมาให้ข้อคิด หรือรับรู้ประวัติคนสำคัญ ก็มีส่วนช่วยให้เราทดแทนส่วนข้อนี้ไปได้บ้าง แต่ถ้าดีที่สุดคือ หากลุ่มคนที่มีอุดมการณ์ แล้วไปใช้เวลาอยู่ด้วยนั้น จะได้ผลดีที่สุด

“ไปเป็นกลุ่มมักได้แรงกระตุ้นดีกว่าไปคนเดียวเสมอ”

cycling-862278_1920
นักปั่นแบบกลุ่มมักทำเวลาได้ดีกว่าแบบเดี่ยว ด้วยแรงกระตุ้นจากคนในกลุ่มนั่นเอง #Cr. Pixabay

สุดท้ายอยากให้ทุกคนที่อ่านถึงตรงนี้นำแนวคิดของ Scott ไปปรับใช้กับตัวเอง และถามคำถามเพิ่มกับตัวเองอีกคำถามหนึ่งว่า….

“เรามีอะไรที่อยากทำแต่ยังไม่ได้ทำเหลืออีกบ้าง?”

สนใจฟัง TEDtalk ของคุณ Scott Dinsmore เต็ม (18 นาที) ได้ด้านบนนี้เลยครับ

Facebook Comments