The Power of Introverts โดย  Susan Cain

 

ทำไมเราถึงควรสนใจเรื่องนี้?

คุณ Susan พบว่าวัฒนธรรมทุกวันนี้ ให้ความสำคัญเรื่องการกระตุ้นให้เข้าสังคมและการรวมกลุ่มมาก
…มากเสียจนอาจหลงลืมไปว่า ไม่ใช่มนุษย์ทุกคนจะเหมาะกับวิถีในลักษณะนี้

คุณเป็น คนชอบความสันโดษ (Introvert) ไหมคะ?
ถ้าใช่ TED Talk หัวข้อนี้จะเป็นแรงบันดาลใจและคำแนะนำเรื่องศักยภาพที่คุณมี แต่คุณอาจจะไม่ทราบ
หากคุณไม่ใช่คนชอบสันโดษ (Extrovert) หัวข้อนี้ก็เหมาะมากเช่นกันค่ะ เพื่อที่คุณจะเข้าใจคนใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่วิธีการทำงานร่วมกันที่ได้ผลลัพธ์ดีขึ้นไปอีกค่ะ

รักสันโดษ ไม่ได้แปลว่าขี้อาย

ก่อนอื่นคือเราต้องแก้ไขความเข้าใจผิดกันก่อน คนสองประเภทนี้นั้นแตกต่างกันค่ะ
คนที่ขี้อาย คือ คนที่ “กลัว” การตัดสินจากสังคม
ในขณะที่คนชอบสันโดษ นั้นหมายถึงคนที่รู้สึกสดชื่นเมื่อได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ
กล่าวคือเป็นคนที่แสดงศักยภาพได้สูงสุด เมื่อได้รับความสงบและเป็นส่วนตัวนั่นเอง

child-851806_1280
รูปภาพประกอบจาก pixabay.com

ประสิทธิภาพเกิดได้ทั้งสองรูปแบบนะ

ความเชื่อทั่วไปในปัจจุบันคือ การรวมกลุ่ม หรือการทำงานเป็นทีมนั้น ก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
เดี๋ยวนี้โรงเรียนหรือที่ทำงาน ถูกออกแบบมาให้มีสิ่งเร้าและการกระตุ้นมากมาย
แต่บางทีวิชาบางวิชา เช่น คณิตศาสตร์ และงานบางงานก็ควรฝึกให้เขาคิดเองคนเดียวด้วย
โดยเฉพาะสำหรับคนแบบ Introvert ที่ความสันโดษก็นำไปสู่ประสิทธิภาพที่มากกว่า เหมือนอย่างเช่นที่ชาร์ล ดาร์วิน ก็มักหลีกเลี่ยงการประชุม และใช้เวลากับธรรมชาติมากกว่า

ตำแหน่งผู้นำ

น่าเสียดายว่าคนชอบสันโดษมักพลาดตำแหน่งผู้นำ ถึงแม้ว่าเรามักจะเป็นคนที่รอบคอบกว่าก็ตาม
งานวิจัยโดย Adam Grant จาก Walton School บอกว่าผู้นำที่เป็นคนชอบสันโดษมักทำงานได้ดีกว่าคนไม่ชอบสันโดษ
เพราะคนชอบสันโดษ มักเปิดโอกาสให้พนักงานคิดเองมากกว่า ในขณะที่คนไม่ชอบสันโดษมักจะใส่ความคิดของตัวเองลงไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

นอกจากความรอบคอบแล้ว เรายังพบได้ถึงความขยันและมุ่งมั่นของคนชอบสันโดษที่ตัดสินใจก้าวมาเป็นผู้นำ
Susan ได้ยกตัวอย่างคนสำคัญของโลกหลายคนที่เป็นคนชอบสันโดษแต่ก็ก้าวมาเป็นผู้นำ เพราะความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง

การที่กล้าทำในสิ่งที่ไม่ใช่ธรรมชาติของตัวเอง ต้องใช้ความเชื่อในสิ่งที่ตนทำอย่างมหาศาล
ทักษะการพูดเราอาจจะไม่เก่ง แต่สิ่งที่ผูกใจคนได้คือความเชื่อมั่นอันแรงกล้าของเรานั่นเอง

Susan กล่าวว่า การที่ฉันออกมาพูด TED กับคนหมู่มากเช่นนี้ก็ไม่ใช่ลักษณะธรรมชาติของฉัน
ดังนั้นฉันต้องเตรียมตัวมาอย่างดีที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้
ปีที่แล้วฉันฝึกพูดในที่สาธารณะให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
การฝึกพูดช่วยฉันได้เยอะ
แต่สิ่งที่ช่วยฉันได้มากกว่านั้นคือ ความรู้สึก ความเชื่อ ความหวัง

3 เรื่องที่ฝากไว้

  1. ไปยังที่ที่ลำบาก
    • เหมือนกับพระพุทธเจ้า คุณต้องค้นพบด้วยตัวคุณเอง
    • ไม่ใช่ว่าเข้าป่าสันโดษ แต่ควรออกจากความวุ่นวายปัจจุบัน แล้วอยู่กับความคิดตัวเองบ้าง
  2. หยุดความบ้าในการทำงานกลุ่ม
    • Collaboration นั้นสำคัญ แต่ควรอยู่ในกรอบที่พอดี
    • อย่าลืมปัจจัยเรื่องความเป็นส่วนตัว ความอิสระในการทำงาน
    • ทั้งที่ทำงาน และที่โรงเรียน โรงเรียนให้เด็กฝึกเองคนเดียวบ้าง
    • ควรสนับสนุนการสนทนา การปฏิสัมพันธ์ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นทางการจะดีกว่า
  3. จงแลกเปลี่ยนไม่ว่าคุณจะเป็นคนแบบไหน

    1. สำหรับคนไม่ชอบสันโดษ เปิดเผยความคิดของคุณ หยิบมันออกมาทุกครั้งที่มีโอกาสและให้เราเห็นถึงพลังและความสุขของคุณ
    2. สำหรับคนชอบเก็บตัว คุณอาจจะเป็นคุณคนเดิมที่เก็บมันไว้ ไม่เปิดเผยออกมา แต่ในบางครั้ง ขอแค่บางครั้ง ให้คุณเปิดกระเป๋าออกมา ให้คนอื่นดู ให้โลกดู และต้องการสิ่งที่คุณมี

สนใจชม TEDTalk เต็ม (19 นาที) ได้ที่นี่เลยค่ะ

 

Facebook Comments
oravee.s@gmail.com'

อร อรวี เป็นเนิร์ดสายคอนเทนต์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Content Shifu บล็อกสำหรับคนสายคอนเทนต์ โดยเฉพาะเรื่อง Inbound Marketing นอกจากนี้เธอยังเป็น Head of Content หรือ Saucier Chef ที่ Techsauce แหล่งข้อมูลด้าน Tech Startups ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในเวลาว่าง เธอยังเขียนเรื่องราวไลฟ์สไตล์ลงในบล็อกส่วนตัวของเธอ OraveeVivi.com อีกด้วย

Similar Articles